ข่าวฮาลาล

"หมู"พ่นพิษ เชือดพรานทะเล

พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
วันที่ : 17 เมย. 58

 

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์: "หมู"พ่นพิษ เชือดพรานทะเล

keywords: พรานทะเล,ฮาลาล,ห้ามฮาลาล, ผลิตภัณฑ์อาหารทะเล




กอท.ฟัน พรานทะเล หลังพบมีหมูปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของบริษัท

ฝ่ายกิจการฮาลาล กอท.ยกเลิกฮาลาล พรานทะเล หลังเจอดีเอ็นเอ.(DNA) หมูปนเปื้อนอยู่ในอาหารทะเลในผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของบริษัทดังกล่าว

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา โดยใช้ประกาศของฝ่ายกิจการฮาลาล สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เรื่อง ยกเลิกหนังสือสำคัญให้ใช้เครื่องหมายรับรองฮาลาล (ฉบับที่ 5/2558 )

ตามที่ฝ่ายกิจการฮาลาล คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ให้การรับรองและอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองฮาลาลของสถานประกอบกอบการในประเทศไทย ซึ่งการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในท้องตลาดพบว่า มีการปนเปื้อนสิ่งต้องห้ามตามหลักการศาสนาอิสลาม (DNA  สุกร)สำหรับผลิตภัณฑ์บางรายการ

ดังนั้นที่ประชุมฝ่ายกิจการฮาลาลฯ ครั้งที่ 5 /2558 วันที่ 6 มีนาคม 2558 ได้พิจารณาแล้วมีมติยกเลิกการรับรองของสถานประกอบการดังนี้

บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ่ง จำกัด (มหาชน) HL.Code:C492/2556 (จ.สมุทรสาคร) สถานที่ผลิตเลขที่ : 1100 ถนนวิเชียรโชฎก ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000  ผลิตภัณฑ์ : อาหารแช่แข็งพร้อมบริโภคทันที เครื่องหมายการค้า : ตราพรานทะเล ,ตราพรานไพร ,ตราเทสตี้มิล ,ควิ๊กเสริฟ และควิ๊กเสิร์ฟ โกลด์ จำนวนผลิตภัณฑ์ : 36 รายการ   (สามารถดูรายการสินค้าที่ถูกยกเลิกทั้งหมดได้ในเว็บไซต์ www.muslimthaipost.com)

ต่อกรณีนี้ รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและฝ่ายกิจการฮาลาล (กอท.) ได้โพสต์ในเฟสบุ๊คโปรไฟล์  Winai Dahlan  ว่า "เหตุใดจึงเจอหมูในอาหารทะเล" ซึ่งเจออยู่หลายครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมา ได้แก่ ห้อยจ๊อปู ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลหลายชนิด หรือแม้กระทั่งในผลิตภัณฑ์ข้าวต้มปลา สาเหตุที่สรุปได้มีดังนี้

1. โรงงานมีการใช้ส่วนผสมบางชนิดที่มีการเติมโปรตีนหมู ตัวอย่างเช่น อัลบุมินหรือโปรตีนไข่ขาวจากบางประเทศบางยี่ห้อแม้มีตราฮาลาลแต่มีการเติม โปรตีนหมูลงไปด้วยเหตุผลบางประการโดยองค์กรศาสนาอิสลามในประเทศนั้นไม่รู้

2. บางโรงงานผลิตไม่ทันหรือเครื่องจักรเสียจึงจ้างโรงงานอื่นผลิต โดยเป็นโรงงานที่ผลิตอาหารที่มีสุกรเป็นส่วนผสม ทำให้สุกรปนลงมาในอาหารทะเลที่ไปจ้างผลิต การทำเช่นนี้โดยไม่แจ้งให้ที่ปรึกษาฮาลาลรับรู้

3. บางโรงงานผลิตอาหารทะเลและขอการรับรองฮาลาลทั้งโรงงาน แต่กลับรับจ้างบริษัทอื่นผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีหมูเป็นองค์ประกอบ ทำให้หมูที่ค้างอยู่บนสายการผลิตปนลงไปในอาหารทะเล

ต่อกรณีนี้ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ของบริษัท พรานทะเลมาเก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริษัทดังกล่าว ได้ผลิตอาหารแช่แข็ง  ทั้งอาหารทะเล หมูและเนื้อ ที่ผลิตและจัดจำหน่ายโดยเจ้าเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนแบรนด์หรือตราผลิตภัณฑ์จากพรานทะเลเป็นพรานไพร ควิ๊กเสิร์ฟ และควิ๊กเสิร์ฟโกลด์เท่านั้น ส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย ก็จำหน่ายโดยบริษัทเดียวกัน ใช้ช่องแช่แข็งหรือตู้แช่แข็งในตู้เดียวกัน

ต่อกรณีนี่ รศ.ดร.อิสมาแอล อาลี ประธานฝ่ายกิจการฮาลาล คณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย (กอท.)... กล่าวต่อประเด็นนี้ว่า... “ในกรณีของพรานทะเล เป็นเครดิตของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ตรวจพบดีเอ็นเอ.ของสุกรในผลิตภัณฑ์ของพรานทะเล 2 รายการ จึงได้เชิญผู้ประกอบการมา ทางฝ่ายกิจการฮาลาลได้ทำการสอบสวนแล้วพบว่า เขาได้ทำการผิดเงื่อนไข และพบดีเอ็นเอ.สุกร ปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์จาก 2 แลปที่ตรวจสอบ อีกทั้งบริษัทดังกล่าวก็พูดในลักษณะที่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ และไม่ค่อยที่จะแสดงความรับผิดชอบ

เราจึงสรุปว่าจะต้องยกเลิกการรับรองฮาลาลและการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายฮาลาล และภายหลังจากการยกเลิกบริษัทจะต้องเก็บผลิตภัณฑ์ออกจากท้องตลาดให้หมดภายใน 2 อาทิตย์ หรือภายใน 10 วัน แม้เขาจะส่งคนมาต่อรองกับเราก็ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะทางบริษัทไม่มีความจริงใจ หรือเพราะว่าเขาไม่เข้าใจในระบบการตรวจสอบฮาลาล จึงทำให้ไลน์ผลิตของเขามีการปนเปื้อน

ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเมื่อเราตรวจสอบแล้วพบว่าสินค้าบางประเภทของเขามีดีเอ็นเอ.สุกรปนเปื้อน สินค้าดังกล่าวจะต้องเก็บออกจากท้องตลาดทันที  แต่เขาบอกว่าไม่สามารถทำได้หรือทำไม่ได้เราจึงจำเป็นต้องขอยกเลิกการรับรองฮาลาลและยกเลิกการใช้เครื่องหมายฮาลาลทั้งหมด เพราะโรงงานที่ผลิตหรือสถานที่ผลิตเป็นสถานที่เดียวกัน ทางฝ่ายกิจการฮาลาลต้องดูแลและคุ้มครองผลประโยชน์ของพี่น้องมุสลิมมากกว่าที่จะดูแลในเรื่องผลประโยชน์ของเขา เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นไม่สามารถประเมินค่าได้ เพราะพี่น้องมุสลิมได้บริโภคไปแล้วใครจะรับผิดชอบ

เมื่อเราให้เขาเก็บสินค้าออกจากท้องตลาดเขาไม่ยอมเก็บไม่ยอมให้ความร่วมมือ นี่แสดงว่าเขาไม่แสดงความรับผิดชอบ หากเขายอมเก็บ เราอาจจะมีวิธีการที่จะตรวจสอบได้ แต่เมื่อเขาไม่ยอมเก็บเราก็จะเป็นที่จะต้องยกเลิกการรับรองฮาลาลเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคเพราะบริษัทได้ทำในสิ่งที่ผิดเงื่อนไขที่ได้เคยให้ไว้กับเรา”

CEO พรานทะเลครวญ เรื่องถูกก็ว่าไปตามถูก เรื่องผิดก็ว่าไปตามผิดอย่าได้ลงโทษแบบเหมารวม

นายอนุรัตน์  โค้วคาสัย ประธานบริหาร บริษัท พรานทะเลมาเก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวต่อกรณีนี้ว่า... “หลังจากที่เราได้รับข่าว ทางบริษัทก็พยายามแก้ไข เพราะบริษัทฯ ได้ยึดมั่นในตราสัญลักษณ์มาก เรายังยืนยัน 100% ว่าอาหารที่ขอฮาลาลทุกตัวเราไม่มีส่วนผสมของสุกรอย่างแน่นอน อันนี้ต้องขอเรียนด้วยความจริงใจ

เราได้รับหนังสือไม่อนุมัติให้ใช้เครื่องหมายฮาลาล เราต้องเก็บออกภายใน 7 วัน  ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เราไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่เชื่อถือหรือไม่ยอมปฏิบัติตาม หรือไม่ให้ความร่วมมือ เพราะผู้บริหารทุกท่านตระหนักและเคารพในมติของคณะกรรมการ แต่เนื่องจากสินค้านี่มันมีอยู่หลายพันสาขา

เราก็เคารพมติ จะปฏิบัติตามโดยไปปิดทับฮาลาลด้วยความรวดเร็วก่อน แต่การเคลียร์ทั้งหมดนี่เราต้องใช้เวลาถึง 30 วัน เพราะว่ามันเยอะมันทั่วประเทศเลย เราเคารพเรื่องมติมากๆ เลยและยังนับถือคณะกรรมการทุกๆ ท่าน และเราก็ปฏิบัติตามนั้น”  

“สินค้าพรานทะเล  เราไม่ได้มีข้าวต้มตัวที่เจอ เรายังมีเนื้อปลาเนื้อหมึก เราผลิตซูซิ ส่วนซูซินี่เรามีพนักงานมุสลิมถึง 13 ท่านที่อยู่ในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน  เรามั่นใจว่าเราฮาลาลจริงๆ ไม่ได้เอาเนื้อหมูหรือเนื้อสุกรมาปน  เราทำเงินมาให้ประเทศมากมายมหาศาล เราพยายาม 100%  ไม่มีทางที่จะเจอดีเอ็นเอในผลิตภัณฑ์ของเราในไลนที่ผลิตเกี่ยวกับเนื้อปลาหรือเนื้อหมึกที่คณะกรรมการเขาได้ระงับไปด้วย

ต่อข้อถามเรื่องไลน์การผลิตอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์อื่นๆ มีการแยกการผลิตอย่างชัดเจนหรือไม่ นายอนุรัตน์ กล่าวว่า... “แยกกันอย่างชัดเจน ถ้าจะมีใกล้เคียงก็จะมีตัวข้าวกล่องเพียงรายการเดียว แต่สินค้าอีกหลายสิบรายการโอกาสที่จะใช้ภาชนะร่วมกันมันแทบจะไม่มีเลย ตัวที่จะมีโอกาสปนเปื้อนมาจากภาชนะระดับดีเอ็นเอ  คือ ระดับจุลภาค เหมือนเส้นผมนี่ถ้าตกลงไปก็สามารถเช็กดีเอ็นเอ.ปนได้แล้ว คือ สิ่งที่เราคาดไม่ถึงคือเด็กอาจจะไปยืมตะหลิวมา หรือหม้อข้าวในไลน์ผลิตเสียไปยืมหม้อข้าวมา อันนี้เป็นบทเรียนเรา ที่เราเชื่อว่าการแก้ไขนี่เราทำได้ทันทีเลย คือเราก็จะบล็อกภาชนะอุปกรณ์ทั้งหมด ไม่ให้มีการนำเข้ามาอีกเลย”

นายอนุรัตน์ กล่าวต่อว่า.... “เรื่องที่พบดีเอ็นเอ.สุกรในข้าวต้มปลาแซนมอนนี่ ขอเรียนว่าเราไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องเอาเนื้อสุกรไปผสมในปลาแซนมอนที่พบ เพราะข้าวต้มปลาแซนมอนของเรา เป็นข้าวต้มที่ดีที่สุดของเราในเวลานี้ ประเทศอื่นก็ทำไม่ได้ เราจะเอาเนื้อสุกรไปปะปนทำไม เราขอยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะมันไม่มีความจำเป็นจริงๆ และมันทำให้เราต้องเสียหายถึงขนาดนี้

เรายังรับผิดชอบและก็ปฏิบัติตามระเบียบ คือการแก้ไขหน้างานอย่างเร่งด่วนแล้ว ก็ต้องป้องกันเหตุทันทีทันใด  ด้วยการไปปิดสติกเกอร์ปิดทับเครื่องหมายฮาลาลทุกตัวผลิตภัณฑ์ เพราะว่าคณะกรรมการได้ประกาศไปแล้ว เพราะว่าจะไปยกสินค้าออกจากท้องตลาดนี่ สินค้าเราขายให้กับซัพพลายเออร์ไปหมดแล้ว การไปยกของเขากลับมามันคงไม่ได้ทันที

ขณะนี้สินค้าบางรายที่จะส่งไปประเทศมาเลเซียก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก อยากให้คณะกรรมฝ่ายฮาลาลเห็นใจในการทำธุรกิจของทางบริษัทฯด้วย” นายอนุรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย  สำหรับความคืบหน้าต่างๆ ทางสำนักข่าวมุสลิมไทยจะแจ้งให้ทราบผ่านทาง 3 ช่องทางด้วยกัน คือ หนังสือพิมพ์มุสลิมไทยโพสต์ เว็บไซต์ www.muslimthaipost.com ซึ่งมีผู้เข้าชมสุงสุดเกือบหนึ่งแสนคนต่อวัน และทางเฟสบุคส์ ที่มีแฟนเพจกว่า สี่แสนคน www.facebook.com/muslimthaiclub












 

 

หนังสือพิมพ์มุสลิมไทยโพสต์

www.muslimthaipost.com

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
tags:
พรานทะเล,ฮาลาล,ห้ามฮาลาล
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุดในหมวดเดียวกันนี้

 
 

ข่าววันนี้
ดูทั้งหมด   
บทความดีๆ
ดูทั้งหมด